Wiki

ภาพอูกิโยะ

ระวังสับสนกับ อูกิโยะ

ทิวทัศน์ของภูเขาฟูจิภาพหนึ่งในชุด “สถานี 53 สถานีบนเส้นทางโทไกโด” (Fifty-three Stations of the Tōkaidō) โดยฮิโรชิเงะ ตีพิมพ์ ค.ศ. 1850

ภาพอูกิโยะ (ญี่ปุ่น: 浮世絵 โรมาจิ: Ukiyo-e) คือกลุ่ม (genre) ของภาพศิลปะของญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นในยุคเอโดะ ซึ่งเป็นภาพที่แสดงความเกี่ยวเนื่องกับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนชั้นกลางในยุคนั้น โดยมีหัวข้อเกี่ยวกับสิ่งบันเทิงเริงรมย์ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงการขับร้อง สตรีในแหล่งเริงรมย์ ภูมิทัศน์ แต่มีบางส่วนที่อยู่ในหัวข้อของประวัติศาสตร์ ราชสำนัก และศาสนาด้วย โดยภาพศิลปะในกลุ่มนี้ มีทั้งภาพเขียนด้วยมือ (肉筆画) ซึ่งมีราคาสูงกว่าเพราะแต่ละภาพมีเพียงชิ้นเดียว และ ภาพที่พิมพ์จากแม่พิมพ์ไม้ (木版画) ที่มีราคาถูกกว่าเนื่องจากสามารถพิมพ์ได้จำนวนมากกว่า คนทั่วไปสามารถซื้อหาได้ง่าย ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปจะเป็นภาพพิมพ์จากแม่พิมพ์ไม้นี้

คำว่า “อูกิโยะ” ความหมายแต่เดิมได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธ เขียนเป็นตัวหนังสือภาษาญี่ปุ่นว่า 憂世 หมายถึง โลกนี้มีแต่ความทุกข์ หลังจากนั้นรับความหมายจากภาษาจีนของคำว่า 浮生 ซึ่งหมายถึง ชีวิตนี้ไม่เที่ยง (แปรปรวน) เข้ามารวมกัน กลายเป็นตัวเขียนใหม่คือ 浮世 ซึ่งหมายถึง โลกนี้ไม่เที่ยง ผู้คนในยุคหลังที่ใช้ชีวิตบันเทิงเริงรมย์ และหันหลังให้ความเคร่งครัดทางศาสนาในยุคก่อนหน้า มองว่าในเมื่อโลกนี้ไม่มีอะไรที่เที่ยงแท้แน่นอน ก็ควรปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสิ่งที่บันเทิงใจ (ญี่ปุ่น: 浮かれる โรมาจิ: ukareru) จึงนำศัพท์นี้มาใช้ในความหมายบันเทิงเริงรมย์ ซึ่งตรงกันข้ามกับความหมายในยุคแรก ภาพที่วาดออกมาตามแนวนี้ จึ่งเป็นภาพของสิ่งบันเทิงใจในสมัยนั้น ไม่ว่าจะเกี่ยวกับละครคาบูกิ ซูโม่ เกอิชา หญิงงามเมืองทั้งระดับทั่ว ๆ ไป และระดับสูงที่อยู่บริเวณโยชิมูระ ซึ่งมีชื่อเรียกว่าโออิระ (花魁) ไปจนถึงภาพที่แสดงการเสพกามที่เรียกว่าชุงงะ (ญี่ปุ่น: 春画 โรมาจิ: shunga) ลักษณะดังกล่าวทำให้ “ukiyo-e” หรือ “ภาพของโลกที่น่าบันเทิงใจ” เป็นกลุ่มภาพที่มีเอกลักษณ์ของตนเองต่างไปจากภาพเขียนประเภทอื่น

นักประพันธ์ร่วมสมัยอาซาอิ เรียวอิ (Asai Ryōi) ได้บรรยายถึง เรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของความหมายตามยุคสมัยของคำว่า “อูกิโยะ” ในนิยายชื่อ Ukiyo monogatari (浮世物語 หรือ “ตำนานของอูกิโยะ”) ที่เขียนในปี ค.ศ. 1661 โดยตอนหนึ่งได้บรรยายถึงความหมายในยุคหลังว่า:

… ใช้ชีวิตอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง, ดื่มด่ำกับความงามของดวงจันทร์ หิมะ ดอกซากูระ ใบเมเปิล ร้องเพลง ดื่มเหล้าสาเก ไม่วิตกกับความขัดสนที่จะตามมา ปล่อยตัวปล่อยใจ ไม่มีความกังวล .. เฉกเช่น น้ำเต้าที่ล่องลอยไปกับสายน้ำ… นี่คือสิ่งที่เรียกว่า อูกิโยะ

ลักษณะศิลปะที่มีวิวัฒนาการขึ้นมาจากปรัชญานี้เป็นที่นิยมกันในวัฒนธรรมเมืองของเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) ระหว่างครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 17 ที่เริ่มจากงานที่มีสีเดียวของฮิชิกาวะ โมโรโนบุ ในคริสต์ทศวรรษ 1670 ในระยะแรกภาพพิมพ์ก็ใช้เพียงหมึกอินเดีย (India ink) ต่อมาก็มีการเพิ่มสีด้วยแปรง แต่เมื่อมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซูซูกิ ฮารูโนบุ ก็คิดค้นวิธีพิมพ์หลายสีขึ้นที่เรียกว่า “นิชิกิ-เอะ” (nishiki-e) ขึ้น

ภาพอูกิโยะเป็นศิลปะที่ราคาพอประมาณเพราะสามารถผลิตเป็นจำนวนมากได้ และเป็นงานที่สร้างขึ้นสำหรับชาวเมืองผู้ที่ส่วนใหญ่แล้วก็ฐานะไม่ดีพอที่จะซื้องานที่เป็นต้นฉบับได้ หัวข้อที่สร้างในระยะแรกก็เป็นชีวิตในเมือง โดยเฉพาะจากบริเวณแหล่งสำราญ ที่รวมทั้งสตรีผู้มีความงาม นักมวยปล้ำซูโม่ และนักแสดงละครที่มีชื่อเสียง ต่อมาหัวเรื่องก็ขยายไปรวมภูมิทัศน์ที่ก็กลายมาเป็นที่นิยม หัวข้อทางการเมือง และ ชีวิตของชนชั้นที่เหนือกว่าที่กล่าวเป็นหัวข้อที่ทำได้แต่หาดูได้ยาก แต่กิจกรรมทางเพศซึ่งก็ไม่ห้ามจะพบได้บ่อยในงานพิมพ์ภาพ แต่ศิลปินและผู้พิมพ์บางครั้งก็จะถูกลงโทษเมื่อสร้างภาพ “ชุงงะ” ที่ชัดแจ้ง

ศิลปินภาพอูกิโยะคนสำคัญ


  • ฮิชิกาวะ โมโรโนบุ (ค.ศ. 1618-ค.ศ. 1694)
  • โทริอิ คิโยโนบุ ที่ 1 (ราว ค.ศ. 1664-ค.ศ. 1729)
  • ซูซูกิ ฮารูโนบุ (ค.ศ. 1724-ค.ศ. 1770)
  • โทริอิ คิโยนางะ (ค.ศ. 1752-ค.ศ. 1817)
  • คิตากาวะ อูตามาโระ (ราว ค.ศ. 1753-ค.ศ. 1806)
  • ชารากุ (มีงานระหว่าง ค.ศ. 1794-ค.ศ. 1795)
  • โฮกูไซ (ค.ศ. 1760-ค.ศ. 1849)
  • โทโยกูนิ (ค.ศ. 1769-ค.ศ. 1825)
  • เคไซ เอเซ็ง (ค.ศ. 1790-ค.ศ. 1848)
  • อูตากาวะ คูนิซาดะ (ค.ศ. 1786-ค.ศ. 1865)
  • ฮิโรชิเงะ (ค.ศ. 1797-ค.ศ. 1858)
  • อูตากาวะ คูนิโยชิ (ค.ศ. 1797-ค.ศ. 1861)
  • คูนิจิกะ (ค.ศ. 1835-ค.ศ. 1900)
  • โทโยฮาระ ชิกาโนบุ (ค.ศ. 1838-ค.ศ. 1912)
  • โยชิโตชิ (ค.ศ. 1839-ค.ศ. 1892)
  • โองาตะ เก็กโกะ (ค.ศ. 1859-ค.ศ. 1920)

Check Also
Close
Back to top button